Story : worried
Couple : Oh Seungteac (Lliboi) x Lee ChunJu
(Basick)
Note : คุณพ่อและตัวเล็กช่วยชิปเปอร์ต่อเรือขนาดนี้
มาค่ะ เชฟพร้อมส่งเสบียงแล้วค่ะ ♡
ปล. เป็นเรื่องต่อจาก That’ xx นะคะ
ปล(อีกครั้ง) มันไม่ใช่ฟิคดราม่านะคะ
555555555555555555555555
“คุณพ่ออออ เสื้อตัวนี้สวยไหม?”
“เลิกเรียกแบบนี้เถอะวะ ขนลุก”
“ฮิฮิ น่ารักดีอ่ะ”
โอซึงแทคขำขันด้วยโทนเสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ก่อนจะหันไปยุ่งวุ่นวายกับการเลือกซื้อชุดสวยๆในโซนเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงอย่างเพลิดเพลิน
ปล่อยให้คุณพ่อบ้านอย่างอีชอนจูนั่งลงที่นั่งด้วยความเหนื่อยอ่อนเพราะโดนเจ้าตัวเล็กลากไปดูเสื้อตั้วนั้นที
ตัวนี้ที่ ถามความเห็นเขาบ้าง แต่พอเขาตอบก็มาเถียงเขา
ก็ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหนกันแน่
แต่อารมณ์ดีก็ดีละ
ชอบ...
“ฮารุจะชอบแบบไหนน้า
ซื้อหมดนี้เลยไม่ได้หรอ”ซึงแทคตื่นเต้นมากหลังจากที่ทาโบล
พี่ชายในวงการฮิพฮอพของเขาทั้งสองคนกลับมาจากอเมริกาพร้อมด้วยเจ้าฮารุตัวเล็กที่เขาเห็นตั้งแต่แบเบาะ
ตอนนี้โตเป็นสาวสี่ขวบพอดีเป๊ะก็เลยอยากซื้ออะไรไปฝากหลานสาวคนสวยบ้าง “ก็ซื้อไปหมดเลยสิ”
“จริงหรอ? เค้าซื้อได้จริงๆอะ?”
“เอามาสิ จะไปจ่ายเงินให้”
“คุณอาชอนจูนี่ใจดีจริงๆเลยน้า
ฮารุต้องรักมากแน่ๆเลยยยย”
จริงๆเขาก็โอเคนะ จ่ายนิดจ่ายหน่อยเพื่อหลานมันจะเป็นอะไรไป
ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ใช้ตังค์เวอร์วังมาก แถมธุรกิจผับก็ยังดีวันดีคืนอีก แต่เจ้าตัวเล็กเนี่ยหลังจากได้รับอนุญาติก็รีบกวาด
ย้ำ กวาดของทุกอย่างในชั้นลงตะกร้าแล้วยิ้มอารมณ์ดีเดินลิ่วไปเคาท์เตอร์ทันที
นี่เขาเลี้ยงลูกอยู่หรือเปล่า
ถามหน่อย...
“ฮายยยยยย ฮารุยา อาซึงแทคเองน้า”
“คุณอาาาาา” เจ้าหนูฮารุที่ตอนนี้โตขึ้นกว่าเดิมเยอะ
หน้าตาน่ารักมาจากพี่ฮเยจองแฟนพี่ทาโบล แถมยังเจื้อยแจ้วช่างพูดช่างจาไม่ต่างจากอาซึงแทคที่กำลังเล่นกับหนูน้อยอย่างสนุกสนาน
ปล่อยให้เขาเข้าไปหาทาโบลและฮเยจองเพื่อเอาของฝากของฮารุไปให้ “ไม่เห็นต้องเยอะขนาดนี้เลย
ขอบใจมากนะจ้ะชอนจู”
“ไม่เป็นไรครับนูน่าฮเยจอง ถือว่าเป็นสินบนที่ทาโบลฮยองยอมมาร่วมรียูเนี่ยนที่ผับแล้วกันนะครับ”
“ว่าแต่ เป็นมาไงวะพวกแกสองคนเนี่ย”
“ก็ แบบนี้แหละฮยอง”
“ไอ้นี่มันกั้กนี่หว่า ไม่เป็นไร
ไปเค้นจากไอ้เหี้ยดัพเดี๋ยวก็ความเองแหละ”
“ไปเค้นเรื่องมันก่อนเถอะพี่
มันจะแต่งงานแล้วมั้ง”
“เห้ย! จริงดิ่ แต่งกับใครวะ คนเก่าที่ลูกนายยกปะ?”ชอนจูส่ายหน้าวือ
คนที่แต่งงานด้วยก็เจ้าหมอจิตเวชชเวฮันโซลนั่นแหละ ปีนี้มันก็จะ27แล้ว อยากแต่งงาน
มีลูก(มันพูด)เร็วๆ “เปล่าพี่ หมอจิตเวชโรงพยาบาลโซลอะ ชื่อฮันโซล
เด็กกว่าไอ้ดัพสี่ปี มันแต่งเดือนหน้าอ่ะพี่
แต่มันคงไม่คิดว่าพี่จะมาจากเมกามั้ง มันเลยไม่บอก”
“คนอย่างมันเนี่ย? ไปสอยหมอมาได้ไงวะ
ฮ่าๆๆๆๆ”
“รุ่นน้องที่คณะนั่นแหละ
เห็นว่าเป็นรหัสของเพื่อนมัน นอกเหนือจากนี้พี่ก็ไปถามมันเองละกัน
ผมก็รู้แค่นี้จริงๆ”
“เออๆ ว่าแต่มึงเถอะ
จะเหยียบสามสิบกันทั้งคู่แล้ว ไม่คิดจะแต่งงานกันบ้างหรือไง”
เงียบ
ชอนจูเสตาไปมองซึงแทคกำลังเล่นกับฮารุอย่างอารมณ์ดี
เขารู้ว่าซึงแทคชอบเด็กมากแค่ไหน ถึงขั้นบอกกับเขาเสมอว่า
ถ้ามีครอบครัวแล้วก็ขอมีลูกสักหนึ่งโหล มีเด็กๆเต็มบ้านก็คงสนุกดี
ยังมาขอให้เขาช่วยเลี้ยงอีกด้วยนะ
เขาเองก็เคยหัวเราะกับความฝันของมันเหมือนกัน
ตอนนี้หัวเราะไม่ออกแฮะ........
“ว่าไงชอนจู?”
.
.
.
“อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆผมก็พอใจแล้วพี่”
“ฮารุยา อาซึงแทคไปก่อนน้า
ไว้เรามาเจอกันวันหลังนะครับเด็กดี”
“คุณอาซึงแทคมาเล่นกับฮารุบ่อยๆนะคะ...
ฮารุคิดถึงคุณอา” เมื่อเจ้าตัวเล็กเอ่ยเสียงอ้อน
ผู้เป็นอาก็แทบไม่อยากจากไปไหนด้วยความรักเจ้าตัวเล็กนี้มากๆจนเป็นที่เอ็นดูทั้งฝ่ายทาโบลและฮเยจอง
รวมไปถึงชอนจูที่ยืนพิงประตูรถยิ้มออกมาในความน่ารักของทั้งฮารุและซึงแทค “งั้นคุณอากลับบ้านแล้วนะครับตัวเล็ก
มะ ให้อากอดที”
ฮารุโผเข้ากอดซึงแทคก่อนจะหันไปหาชอนจูที่เตรียมมือรออุ้มเจ้าตัวน้อย
ก่อนจะจุ้บแก้มขาวๆของฮารุและเอ่ยคำลา “คุณอาไปก่อนนะครับตัวเล็ก
ไว้จะพาอาซึงแทคมาใหม่นะครับเด็กดี”
“ค่ะคุณอา
รักคุณอาชอนจูกับคุณอาซึงแทคนะคะ”
คนข้างๆเขาโดนแอคแทคความน่ารักจากฮารุเต็มๆเลย
“เป็นอะไรหรือเปล่า?”
“เปล่า... ง่วงนิดหน่อยอะ”
รถที่จอดติดไฟแดงทำให้ชอนจูได้มีโอกาสพูดกับซึงแทคที่ดูจะเงียบๆไปหลังจากร่ำลาฮารุเสร็จ
ก่อนจะอ้อมไปปรับเบาะนอนเจ้าตัวเล็กให้นอนสบายและกลับมายังที่นั่งคนขับเหมือนเดิม
โดยที่ซึงแทคไม่ได้หลับตามคำพูด แค่เพียงมองหน้าชอนจูที่จดจ่อกับอยู่กับตัวเลขดิจิตอลสีแดงที่ยังคงเป็นเลขหลักร้อยในวันศุกร์สุดสัปดาห์
รถติดนรกแตกแบบนี้ “ฮยอง...”
“ว่า?”
“.... เปล่า ไม่มีอะไร”
.
.
.
“อยากมีลูกหรอ?”
ชอนจูพอเดาใจเจ้าตัวเล็กออก
คนที่ถูกส่งคำถามไปเพียงยิ้มหวานและพยักหน้าลงไม่ปฏิเสธในคำถามแม้แต่น้อย
“ฮะ อยากมีอยู่ แต่มันเป็นไปไม่ได้นี่น่า”
“ขอโทษ... นะ”
“ไม่เป็นไรนี่ครับ
เราหาเล่นกับลูกๆพวกฮยองก็ได้ ผมไม่ซีเรียสหรอก”
“แต่ก็หงอยเป็นหมาเนี่ยนะ?”
“ก็... แค่อยากมี เห็นฮารุแล้วอยากมีตัวเล็กไว้ที่บ้านสักคน..”
เลขดิจิตอลสีแดงที่บอกเวลาเริ่มเปลี่ยนเป็นหลักสิบแม้จะเริ่มเป็นเพียงเลขเก้า
ทำให้ชอนจูมีเวลาหันมามองเจ้าตัวเล็กที่นอนมองเขาตาแป๋วอยู่ “นั่นสินะ
ก็อยากมีเหมือนกัน เลิกกันก็ยังทันนะ”
เพี๊ยะ!
“ใครสั่งใครสอนให้พูดแบบนี้เนี่ย?”
ดูท่าจะโกรธจริงด้วย
ซึงแทคผุดลุกขึ้นมานั่งและตบหน้าชอนจูแรงๆไปหนึ่งทีพร้อมแววตาที่เริ่มสั่นคลอด้วยน้ำตา
“ก็... อยากมีลูกไม่ใช่หรือไง พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไงนี่!”
“แล้วทำไมต้องเลิกกันด้วยอ่ะ ! นี่เบื่อกันแล้วใช่ไหม?”
“ซึงแทค หยุดโมโหแล้วฟัง!”
“แล้วทำไมพี่ต้องตะคอกใส่ผมด้วยละ!” นี่ผมไม่เข้าใจเจ้าตัวเล็กเหมือน
ตั้งแต่เริ่มคบกันมาหมู่เจ้าตัวดูขี้หงุดหงิดง่ายจริงๆ เมื่อกี้ก็เหมือนกัน
เขาเริ่มจะตามใจไม่ถูกแล้วนะเว้ย! “ฟังพี่
เลิกทำตัวหน้าหงุดหงิดแล้วซึงแทค มันเสียเวลา”
“อ๋อ
ที่พี่คุยกับผมมันเสียเวลาใช่ปะ เออดี ผมขอโทษแล้วกัน! ผมก็ไม่คุยกับพี่อีกแล้ว!”แม้เลขดิจิตอลจะหมุนปัดเริ่มถอยหลังในหลักหน่วย
ซึงแทคได้อ้อมไปปลดล็อครถและเปิดประตูออกจากรถทันทีโดยที่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นไฟสีเหลือทำให้ชอนจูไม่สามารถลงไปตามเจ้าตัวเล็กที่หนีหายจากสายตาเขาไปแล้ว
เมื่อไฟสีเขียวสว่างขึ้นเขารีบขับรถอ้อมไปทางที่ซึงแทคเดินไปแต่ก็ไม่มีวี่แววของเจ้าตัว
แถมโทรศัพท์ก็ยังทิ้งไว้ให้เขาดูต่างหน้าอีก
“เอ่อ พอจะเห็นตัวเล็กๆ
ใส่เสื้อเชิ๊ตขาว รองเท้าผ้าใบสีขาวกางเกงยีนไหมครับ?”
“ไม่เห็นนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
สุดท้ายชอนจูเลยต้องลงมาถามจากคนที่เดินไปเดินมาริมฟุตบาทว่าเห็นซึงแทคหรือไม่
แต่เขาก็ได้รับคำตอบเดียวกันว่าไม่เห็น
ทำให้เขาจนปัญญาและค่อยๆนั่งที่ม้านั่งตัวเก่าใกล้ๆร้านพัทบิงซูที่ยังเปิดในเที่ยงคืนนี้
ไม่คิดหรือไงว่าเขาเป็นห่วงแทบบ้า
บุหรี่ที่เขาเดินไปที่รถหยิบกลับมาสูบที่ม้านั่งลอยควันคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ตอนนี้แม้จะตีหนึ่งกว่าๆแล้วเขาก็ยังนั่งรอซึงแทคอยู่
เพื่อเจ้าตัวเล็กไม่สามารถไปไหนไกลๆได้แล้วก็จะกลับที่เก่า
แหงละ
ทั้งโทรศัพท์ทั้งกระเป๋าตังค์ไม่ได้เอาไป จะไปไหนได้ไกลละ
RRRRRRrrrrrr
[Andup]
“ เออว่าไง?”
[เห้ย
ไม่เข้าร้านหรอมึงอะ?]
“ไม่อ่ะ
วันนี้ไปหาพี่ทาโบลกับไอ้ตัวเล็ก”
[มึงเข้ามาหน่อยละกัน
ท่าทางวันนี้จะมีเรื่องวะ]
“เรื่องอะไร?”
[เรื่องไอ้ฮันเฮกับมินโฮ]
“เกิดอะไรขึ้นวะ???”
.
.
.
.
[มันต่อยกันเพราะน้องแจวอนวะ]
ไอ้ชิบหาย ร้านกู
“เหี้ย เออ กูเข้าไปตอนนี้ไม่ได้
กูทะเลาะกับไอ้ตัวเล็ก แล้วเปิดประตูหนีหายไปตอนไฟแดง นี่กูนั่งรอมาชั่วโมงหนึ่งละ
ยังไม่เห็นเลย กูฝากดูด้วยละกันไอ้ดัพ”
[ เหี้ย
ฮันโซลโทรเรียกกูกลับบ้านเมื่อกี้เนี่ย เห็นว่าเรื่องด่วนอะไรก็ไม่รู้
กูเลยโทรมาให้มึงมาสงบศึกไอ้สองตัวนี้เนี่ย]
“สัด แล้วจะให้กูทิ้งตัวเล็กหรอวะ ?
กูยังไม่รู้เลยว่ามันหายไปไหนเนี่ย”
[เดี๋ยวกูคุยกับน้องเสร็จจะช่วยมึงหา
โอเคปะ? ตอนนี้มึงไปสงบศึกก่อน อยากเห็นร้านมึงพังไง๊?]
สัด ไอ้พวกเหี้ย
ทะเลาะกันที่อื่นไม่ได้หรือไงวะ
------------------ worried --------------------------
“หว่า เปียกหมดเลยพี่ซึงแทค
อย่าทำแบบนี้อีกนะครับ ทุกคนเป็นห่วงแย่เลย”
“อื้อ นะ...หนาว ฮึก”หลังจากที่ชอนจูขับรถออกจากฮงแดแล้วเกิดฝนห่าใหญ่ลงมาทำให้แอนดัพไม่สามารถกลับบ้านได้เลย
แต่โชคดีที่แอนดัพโทรมาหาฮันโซลว่าซึงแทคหายตัวไปที่ย่านฮงแด หมอหนุ่มเลยฝ่าฝนออกมาตามหาจนได้เจอตัวซึงแทคที่กำลังตากฝนตัวสั่นอยู่ตรงม้านั่งที่ชอนจูเคยนั่งลง
ร้อนถึงคุณหมอต้องรีบพามาที่บ้านเพื่อเช็ดตัวและทำความสะอาดโทรที่โทรรายงานแอนดัพไปแล้ว
และจะพาชอนจูมาในอีกไม่ถึงชั่วโมง
เห็นว่ารอเคลียร์เรื่องมินโฮกับฮันเฮก่อนหน่ะ
“เป็นหวัดแน่ๆเลย
ยังไงนอนพักก่อนนะครับ เดี๋ยวอีกแปปพี่ชอนจูก็จะมาแล้ว”
“....”
“ทะเลาะอะไรกันครับ? บอกหมอซิ ฮี่ๆ”ฮันโซลใช้น้ำเสียงทีเล่นทีจริงกับซึงแทคที่พอยิ้มออกมา
พอเขาลงมาจากรถได้สักพักก็เดินวนอยู่ตรงแถวๆนั้นนานพอตัว
และก็เห็นชอนจูรอที่ม้านั่งตลอด1ช.ม.
ไอ้ตอนจะรวบรวมความกล้าเป็นง้อชอนจูเองเห็นเจ้าตัวได้รับโทรศัพท์เคร่งเครียดแล้วรีบขับรถออกไป
ตนเลยได้เข้ามานั่งรอตรงม้านั่งเพื่อหวังว่าชอนจูจะกลับมารับตัวเองอีกหน
บางทีเขาก็ทำอะไรโง่ๆไปทุกวัน
ทั้งขี้หงุดหงิด
ทั้งอารมณ์เสียใส่ชอนจูนับไม่ถ้วน
“นี่... ฮันโซล ...
พี่ถามอะไรหน่อยสิ”
“ครับ?”
“ทำไม... เดี๋ยวนี้พี่...
ชอบทำตัวไม่ค่อยดีกับชอนจูฮยองเลย...”
“อ่า...”
“อย่างเมื่อกี้ที่ทะเลาะกัน ......
จู่ๆพี่เขาก็แค่พูดว่า งั้นมาลองเลิกกันไหมเพราะแค่ว่าพี่อยากจะมีลูก อารมณ์โกรธ
น้อยใจมันพุ่งสูงมากๆเลย.... พี่ไม่อยากเลิกอะไรทั้งนั้น...
แค่ได้ยินก็จะร้องไห้แล้ว...”
“พี่ครับ ....
เพราะพี่รักพี่ชอนจูมากไง พี่ถึงพี่เสียเขาไปไม่ได้ แต่พี่ไม่ควรอารมณ์หงุดหงิดหรืองอนไร้เหตุผลแบบนี้ใส่พี่เขาบ่อยๆนะครับ
ตั้งสติหน่อยนะฮะ” ซึงแทคได้แค่ยิ้มและหลับตาตามฤทธิ์ยาแก้ไขที่ฮันโซลให้ทาน
อีกไม่กี่นาที่รถของชอนจูก็เทียบท่าหน้าบ้านและเดินเข้ามาพร้อมฮันบยอล “ฮันโซล
ซึงแทคเป็นยังไงบ้าง?”
“ตากฝนน่าจะนานอยู่ฮะ ผมก็เลยเช็ดตัว
เปลี่ยนเสื้อผ้า เอายาแก้ไข้ให้ทานก็เลยหลับปุ๋ยแบบนี้ฮะ อ๋อ
ถ้าอาการไข้มารีบไปหาหมอเลยฮะ บางทีผมก็กลัวปอดพี่เขาจะบวมหรือเปล่า
ไม่รู้ว่านั่งตากฝนมานานหรือยัง”
ชอนจูลูบหัวเจ้าตัวน้อยของเขาที่กำลังอยู่ในห้วงนินทราพร้อมเผยรอยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ
เมื่อกี้เขาต้องไปเคลียร์กับไอ้สองเพื่อนรักที่ต้องมาแตกคอกันเพราะน้องแจวอนอะไรนั่น
แม่งกัดกันอย่างกับหมา สุดท้ายน้องแจวอนก็เลือกจะไม่ติดต่อทั้งคู่เอง
แห้วแดกมั้ยละ?
ผมกะจะออกไปตามหาอีกครั้งถึงแม้ฝนจะตกหนักมาก
แต่ถ้าตัวเล็กตากฝนอยู่ละ?
โชคดีที่แอนดัพรีบวิ่งเข้ามาบอกว่าฮันโซลเจอตัวแล้ว
เขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
ถ้าเกิดซึงแทคหายไป
ก็เท่ากับว่าหัวใจของเขาก็หายไปเหมือนกัน
“ขอบคุณนะฮันโซล ขอบคุณนะไอ้ดัพ
กูไปละนะ”
“ครับพี่ / เออพี่ ขับรถดีๆนะ”
ร่างของซึงแทคถูกวางลงบนเตียงนอนอย่างนุ่มนวล
ตั้งแต่วันที่เริ่มคบกันมาชอนจูตัดสินใจซื้อห้องคอนโดที่ใกล้ผับของเขา
โดยที่ห้องกว้างใหญ่ทำให้อยู่สองคนไม่อึดอัด
แถมเวลาไอ้พวกเหี้ยมาสังค์สรรค์ที่บ้านเขาแทนผับยังอัดคนเป็นยี่สิบคนได้สบาย
(เคยทำมาแล้วงานวันเกิดไอ้ตัวเล็ก)
ในชีวิตนี้เขาเคยนอนกับซึงแทคตั้งแต่เรียนมหาลัยจนเขาจบปีสี่
ก่อนจะกลับมานอนด้วยกันอีกครั้งก็วันที่เริ่มคบกัน
ภายในห้องของเขาทั้งสองถูกตกแต่งด้วยฝีมือซึงแทคซึ่งเขาก็พอใจกับมันมากพอตัวอยู่เหมือนกัน
“เด็กดื้อเอ้ย ทีหลังอย่าทำแบบนี้นะรู้หรือเปล่า”
“......”
“พี่เป็นห่วงนะ เข้าใจไหม?”
แม้คำถามนี้จะไม่มีคนตอบ แต่ชอนจูก็ยังยิ้มให้เจ้าตัวเล็กที่คงจะเข้าสู่ห้วงนิทราลึกจนไม่รับรู้อะไร
ก่อนที่เขาจะลุกไปเปลี่ยนเสื้อและกลับมานอนข้างกัน
กอดเจ้าตัวเล็กที่ขยุกขยิกเล็กน้อยเมื่อโดนกวน
แต่ก็ยอมให้ชอนจูกอดแต่โดยดีตลอดทั้งคืน
“ขอโทษนะ ที่รัก....”
End <3
หรอ.. 5555555
“งายยยยยยย
หน้าตาแจ่มใสเชียวนะขรั่บ”
“แหงละ ไม่ได้ไปต่อยกับใครมานี่หว่า
ฮิฮิฮิฮิฮิ” แม้เป็นคำตอบเรียบๆจากปากซึงแทคแต่ก็ทำให้จองฮันเฮที่ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องหน้าบูดเป็นตูด
เรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้อยู่หมัด “เมื่อคืนเดี้ยงไม่ใช่หรอวะ ไหงปากดีงี้”
“มียาดีเว้ยยยยยย”
“โห แบ่งกันบ้างดิ่วะ
อกหักอยู่เนี่ย เชี่ยแม่ง”ซึงแทคยักไหล่ไม่สนใจก่อนหันไปซบชอนจูที่เดินมานั่งด้วยหลังจากที่ตนไปวุ่นวายที่บาร์สักพัก
“ไง คุยกับมินโฮมันหรือยังละ”
“เหอะ คุยไปก็เสียเวลา”
“อย่าจองหองมากไอ้ฮันเฮ
เดี๋ยวเสียเพื่อนไปมึงจะรู้สึก”
“เออ อย่ามายุ่งเรื่องของผมน่า
ว่าแต่ เมื่อคืนทะเลาะกันไม่ใช่หรอ?”
จองฮันเฮเบ้ปากแทบไม่ทันเมื่อโอซึงแทคกอดแขนชอนจูแน่นพร้อมซบไหล่ของชอนจูที่หัวเราะกับท่าทีของเจ้าตัวน้อย
“เออ ทะเลาะกันยิ่งรักกันโว้ย”
“เดี๋ยวก็เลิกกัน”
“ไอ้เหี้ยฮันเฮ ปากมึงนี่นะ”
ก่อนที่ซึงแทคจะได้กระโดดเตะปากไม่เป็นมงคลของฮันเฮสักที
ชอนจูรีบเข้ามาห้ามก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะสงบสติอารมณ์ไปพิงไหล่ของชอนจูต่อ “แล้วนี่ยังอยากมีลูกอยู่มั้ยคะคุณนายอี?”
ซึงแทคมองหน้าชอนจูที่เลิกคิ้วขอคำตอบเหมือนกันแม้จะไม่ได้เป็นคนถามก่อนที่จะอมยิ้มและคว้ามือของชอนจูจับไว้
“ไม่ละ เลี้ยงเด็กยาก เลี้ยงที่รักก็พอแล้ว
เนอะ ♡”
END <3
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น