วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Meow - Basick x Lli boi

Story : Meow
Couple : Basick x Lliboi
Note : แมวตัวน้อยๆของคุณพ่อนี่มันนนนนน /อุ้มไปเลี้ยง
ปล.2 ไม่ได้แต่งภาพนานมากกกกก เลยทำให้กากมาก 555555555555555 ฮือ ขออภัยในความกากนี้ค่ะ T-T









อีชอนจู






ถ้าเอ่ยชื่อนี้กับคนในนี้เป็นอันต้องสะดุ้งโหย่งกันบ้าง ชายหนุ่มที่มาพร้อมชุดสูทสีดำตัดเชิ๊ตขาวด้านในและเนคไทด์สีดำ พร้อมกับแว่นตาดำมักจะใส่เข้ามาเป็นประจำเกือบทุกวันที่เข้ามาทำงาน




“สวัสดีครับท่านประธานอี”

“อื้ม ไปเตรียมของได้แล้ว วันนี้ไปเชจู ฉันจะไม่กลับเกินเย็น”

“ครับ!”





เป็นอันรู้ดีว่าเจ้านายสุดโหดของตนไม่ชื่นชอบจะกลับบ้านดึกนัก สี่โมงตรงได้เวลาเลิกงานท่านก็บึ่งรถกลับบ้านหายอย่างไร้ร่องหาย สังสรรค์แต่ละทีก็ตามตัวมายากเหลือเกิน เห็นท่านบอกว่าเลี้ยงแมวไว้ ก็เลยไม่อยากปล่อยให้เหงา






ถึงแอบโหดแต่ท่านก็มีมุมน่ารักอะเนอะ <3






“ท่านครับ คือ.... ท่านผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะขอประชุมตอนเย็นนี้เลยครับ”

“บอกแล้วไงว่าฉันจะกลับไม่เกินสี่โมง”

“แต่.... ท่านผู้ถือหุ้นต้องการทราบถึงการดำเนินในไตรมาสที่สอง สำคัญมากๆเลยครับท่าน ที่สำคัญท่านก็เชิญให้ท่านประธานอยู่ทานอาหารเย็นด้วยครับ”

“ขอเลื่อนไปสัปดาห์หน้า”

“ไม่ได้ครับ งั้นผมไปดูแลแมวให้เจ้านายแทนก็ได้นะครับ”

“ไม่ได้!” เสียงชอนจูแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีจนทำให้เลขาหนุ่มสะดุ้งโหย่ง ก่อนเขาจะถอนหายใจด้วยความเซ็งและไล่เลขาออกจากห้องทำงานเฉพาะกิจในโรงแรมที่ติดริมทะเลทำให้ได้ยินเสียงคลื่นสาดในช่วงยามบ่ายแก่ๆแบบนี้ สมาร์ทโฟนที่อยู่บนโต๊ะทำงานถูกหยิบและกดเบอร์โทรออกที่คุ้นตา ระหว่างรอให้คนปลายสายรับตนก็เข้าห้องครัวไปหากาแฟดื่มเพื่อไล่ความง่วง






“แมวน้อย”

[….]

“วันนี้ไม่กลับนะ ติดงานจริงๆ ไปไม่ได้เลย คงไม่ได้กลับไปนอนด้วย”

[….]

“งอนหรอ?”

[ทะเล... ]

“รู้หรอว่าอยู่ที่ทะเล?”

[ทะเล.... ชอนจูอยู่ทะเล]

“อื้อ ไว้คราวหลังจะพามานะ อย่าดื้อละ เดี๋ยวกลับพรุ่งนี้เช้าๆเลย”

[…… คิดถึง]

“เดี๋ยวไปหานะ” ปลายสายเงียบไปสักพักเหมือนคิดคำตอบก่อนจะค่อยๆมีเสียงอื้ออาในลำคอตอบท่านประธานที่ยิ้มกว้าง ปลายสายยังคงเงียบไว้สักพักและชอนจูก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนจะทางนั้นจะตัดสายไปเอง








แมว..





ชอนจูเลี้ยงแมวไว้หนึ่งตัว





แมวที่ขนสีขาวเหมือนปุยนุ่นที่เขาได้รับเป็นของขวัญวันเกิดจากไอ้อีฮันบยอลที่มันไปที่ไหนสักทีในโลกและสั่งมาให้ผมเลี้ยงเพราะเห็นว่าผมเป็นชายโสดคนเดียวในกลุ่มแก๊งค์ฮิพฮอพของโรงเรียนเก่า โดยที่มันกำลังจะแต่งงานกับน้องฮันโซลที่เป็นดีไซน์เนอร์ชื่อดังของเกาหลี หรือไอ้ฮยอกอูที่มีลูกสองไปแล้วกับซองฮวาหมอสูตินารีเวชกรรม แม้แต่กระทั่งไอ้มินโฮที่กำลังปลูกต้นรักกับนัมแทฮยอนเพื่อนร่วมวงอยู่






ส่วนผม โสดสิครับถามได้






เมื่อผมได้รับแมวมาจากไอ้ฮันบยอลพร้อมข้อความว่าขอให้สนุกนะ(อะไรของมัน)ก็ต้องเลี้ยงไปตามยถกรรมของคนที่ไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาในชีวิต ตอนแรกๆก็เพลินดีที่เห็นแมวตัวน้อยๆวิ่งเล่นซุกซนไปมาทำให้เขาผ่อนคลายจากงานที่บริษัทบ้าง เข้ามาออดอ้อนเขาให้หายเหนื่อย





มันจะไม่ปกติก็เมื่อสองเดือนที่แล้ว





ผมมักจะเอาเจ้า’ซึงแทค’ หรือเจ้าปุยสีขาวมานอนด้วยบนเตียงเสมอ วันนั้นลืมตาตื่นท่ามกลางความอึดอัดที่คิดว่าคงเป็นเข้าซึงแทคที่มาปลุกเขาไปให้อาหารเหมือนเคย






ปรากฏว่าไม่ใช่





กลับมาร่างเปลือยเปล่าที่นอนหลับสนิทโดยมีมือพาดที่หน้าอกของเขา ใบหน้ากลมพร้อมด้วยปากหยักคล้ายๆแมวทำให้ชอนจูตกใจ เขาจำได้ว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้เมา ไม่ได้หิ้วใครมาที่ห้องด้วย ก็มัวแต่เล่นกับซึงแทคอยู่นี่ไง








เจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงก็คือซึงแทค






พอเจ้าตัวในร่างคนตื่นมาไม่ว่าถามอะไรก็จะมีอาการหวาดกลัวและซุกหน้าเหมือนแมวที่กำลังกลัวเจ้าของอยู่ จนเขาต้องอุ้มร่างเปลือยเปล่านั้นไว้แนบอก เหมือนกับที่เขาเคยทำกับเจ้าซึงแทคในร่างแมว เจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดเขาหลับตาพริ้มอย่างว่าง่ายพอจะทำให้ชอนจูรู้ว่านี่คือสัมผัสความเคยชิน แต่เขาก็จะเขินนิดๆเพราะว่าเจ้าแมวตัวน้อยของเขาไม่ได้ใส่อะไรสักชิ้นเลยนะสิ






ไอ้ดัพนะไอ้ดัพ ไปเอามาจากไหนวะเนี่ย




                                               ------------------ meow --------------





ซึงแทคฟังภาษาคนเข้าใจ






แต่พูดไม่ค่อยได้






ดีที่เขาสอนคำง่ายๆไปอย่างเช่น ชื่อเขา เวลาเรียกขานรับ หรือเวลาตอบคำถามง่ายๆซึ่งเจ้าตัวก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ก็มักจะทำตัวเป็นผู้ฟังอย่างดีในเวลาที่ผมชอบบ่นเรื่องที่ทำงานให้ฟัง เจ้าตัวเริ่มกินอาหารคนเป็นแล้ว ตอนแรกนี่เขาปวดหัวเกือบตาย เจ้าตัวในร่างชายหนุ่มน่าจะเข้าเลขหลักสองร้องตะแง้วขอวิสกัสร่ำไป





นี่เขาไม่อยู่เลยพอเบาใจได้บ้างว่าคงทำอาหารเองเป็นได้ แล้วก็ยังรับโทรศัพท์ของเขาได้ด้วย








RRRRRrrrrr






ตอนนี้เขากำลังแต่งตัวไปดินเนอร์กับผู้ร่วมหุ้นรายใหญ่ท่านหนึ่งที่ร่วมหุ้นในบริษัทเขานานแล้ว และหัวข้อวันนี้ก็คงไม่พ้นยัดเยียดลูกสาวให้เขาเท่าไหร่






นานแล้วที่เขาต้องจำใจยิ้มรับและปฎิเสธอย่างนุ่มนวลกับคำเชิญให้เขาเป็นลูกเขยที่มาตลอดเวลาแทบเจอหน้ากัน ไม่ใช่ว่าลูกสาวเขาไม่ดีหรอกนะ แต่ความรู้สึกยังไม่ใช่ และคิดว่าคงไปกันไม่รอด






“นายท่านครับ โทรศัพท์ดังครับ”

“ส่งมาสิ”





ชอนจูรับรับสมาร์ทโฟนที่ยังคงแผดเสียงเป็นริงโทนออริจินอลของโทรศัพท์ที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยตั้งแต่ซื้อ เบอร์หน้าจอโชว์ขึ้นเป็นเบอร์ที่คุ้นตาจึงให้เลขาหนุ่มออกไป และกดรับโทรศัพท์ด้วยความเคยชิน



“หื้ม ว่าไง มีอะไรหรือเปล่าซึงแทค?”

[..... กลัว...]

“เป็นอะไรหรือเปล่า?”

[ฮึก...... กลัว.... กลัว]

“เดี๋ยว แมวน้อย ตอนนี้อยู่ที่ไหน ทำไมเสียงดัง”

[ฮึก.... ออก ..ออกมาหา.. กลัว... ออกมาหาชอนจู]

“shit! ให้ตายสิ! อยู่ไหนแมวน้อย อยู่ที่ไหน?”




แต่กลายเป็นเสียงวางสายทำให้หัวใจของชอนจูว้าวุ่น เขารีบวิ่งไปเก็บกระเป๋าตังค์ โทรศัพท์และวิ่งออกไปด้านนอกทันทีโดยที่เลขาพยายามเรียกแต่ห้ามไม่ทัน ชอนจูรีบเรียกแท็กซี่หน้าโณงเรียนที่จอดรออยู่ก่อนบึ่งรถไปที่สนามบินทันทีโดยที่มือยังคงสาละวนอยู่กัยการติดต่อซึงแทคที่ไม่ยอมรับโทรศัพท์สักที จนกระทั่งมีสัญญาณตอบรับว่าปิดเครื่อง พร้อมๆกับเลขาหนุ่มที่โทรมาไม่ยั้งเรื่องที่หนีออกมาก่อน








--------- moew ----------









เขาควรจะเป็นสัตว์เลี้ยงสี่ขาไปตลอดชีวิต





แต่ซึงแทคกำลังนั่งหนาวสั่นด้วยลมที่แรงพร้อมด้วยฝนที่ตกมาโหมกระหน่ำใส่เขาที่ซุกโพรงหญ้าที่ขึ้นสูงชันเพราะปล่อยรกร้างมานานตามสัญชาติญาณ เพราะไม่รู้หลบที่ไหน หรือแม้กระทั่งขยับตัวออกจากหญ้าที่กำลังชื้นแฉะไปด้วยน้ำฝนที่เทลงมาอย่างกระหน่ำ ครั้นจะโทรออกหาผู้เป็นเจ้านายมือถือก็ดับวูบลงไปเพราะแบต ทำให้ซึงแทคเหลือทางสุดท้ายก็คือขดตัวในพุ่มหญ้าที่ยังไงก็เปียกปอนไปด้วยฝนอยู่ดี






ชอนจู...




กลัว...





มาช่วยที...


ร่างกายที่แปรเปลี่ยนจากสัตว์สีขาวขนปุยกลายเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบทำให้เขาไม่รู้ว่าจะต้องใช้ชีวิตแบบไหน การทดลองบ้าบอจากดินแดนอันไกลโพ้นทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ จากแมวที่ใช้ชีวิตไปวันๆต้องกลายมาเป็นชายหนุ่มแปลกประหลาด เขาข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่เกาหลี และกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงชอนจู




ฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกแต่อย่าได้แต่ให้ซึงแทคอ่อนล้าเหลือเกิน กลิ่นไอดินและความชื่นจากหญ้าเข้าจมูกของเขาจนแทบจะหลอมรวมกับร่างกาย ภาวนาให้หยุดตกเสียทีไม่ก็ขอให้ชอนจูหาเขาเจอ




ตั้งแต่ที่ชอนจูโทรมาว่าไม่สามารถกลับมาหาเขาได้ในวันนี้ หัวใจนั้นกลับเต็มไปด้วยความกลัว มันมากกว่ากลางวันที่มีแสงแดดส่องผ่านให้เขาพักผ่อนได้อย่างสบายใจ แต่กลางคืนที่มืดมิดไม่สามารถคาดเดาได้นั้นทำให้เขากลัวจึงต้องออกมาจากห้องและเดินหาชอนจู โดยจับใจความได้แค่ว่าไปที่ทะเลเท่านั้น






เมื่อถามป้าแม่บ้านที่อยู่ชั้นล่าง(โชคดีที่เขาฟังเข้าใจ)ได้ความว่าอยู่เชจู (คืออะไรก็ไม่รู้) และต้องไปทางเครื่องบินเท่านั้น





ป้าแม่บ้านใจดีเรียกแท็กซี่ไปส่งที่บริษัทชอนจูให้ เพื่อเขากลับมาที่บริษัทแล้ว






เมื่อมาถึงบริษัทเขาแค่เพียงเอ่ยถามรปภ.ที่เฝ้าอย่างอึกๆอักๆ จนถูกไล่ออกมาอย่างช่วยไม่ได้ทำให้เขาเดินโซซัดโซเซออกมาด้านนอกอย่างหมดหนทาง จนกระทั่งฝนตกออกมาเขาเคยมากลับฝนที่พุ่มหญ้าขนาดใหญ่ที่ถูกปล่อยทิ้งไว้จนชูงชันใกล้ๆกับบริษัทของชอนจู
ฝนยังคงเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาทำให้ซึงแทคที่อ่อนแรงหลับไหลลงในพุ่มหญ้าในเวลานี้







เขาไม่สามารถทนอยู่ต่อแล้วจริงๆ





หนาว...






“ซึงแทค! แมวน้อย!”





เสียงเรียกแว่วๆชื่อของเขาทำให้แมวน้อยเพ่งลืมตาขึ้นมา ก่อนจะรวบรวมใจความได้ว่านั่นเป็นเสียงที่คุ้นเคย รอยยิ้มถูกแต่งแต้มบนใบหน้าแม้จะซีดขาวเพราะความหนาวจากน้ำฝน ก่อนที่ร่าวของซึงแทคจะถูกอุ้มโดยชอนจูที่สิ่งมาอย่างไม่คิดชีวิตใส่รถพาไปโรงพยาบาลทันที








แค่ชอนจูอยู่ใกล้ๆ







เขาก็รู้สึกอบอุ่นไปทั่วร่างกายแล้วจริงๆ







------------------ meow --------------






“หารปภ.ใหม่ได้หรือยัง?”

“ครับ เริ่มเข้ามาทำงานวันนี้ครับ” ชอนจูพยักหน้าลงช้าๆก่อนไล่เลขาออกจากห้องผู้ป่วยพิเศษ ก่อนจะหยิบรายงานที่หัวหน้าฝ่านการจัดการพิมพ์มาให้เซนต์








เขาขนโต๊ะทำงานมาไว้ที่โรงพยาบาลทันทีหลังจากที่เจ้าแมวน้อยนอนให้น้ำเกลือเกือบๆสามวัน





เขาแทบบ้าหลังจากที่เมื่อลงจากเครื่องแล้วขับรถกลับมาที่บ้านไม่เจอใครเลยทำให้เขาสติแตก โชคดีที่บ้านเดินมาทักเขาว่ามีเจ้าหนูตัวเล็กเดินมาถามป้าแกว่าเขาไปที่ไหน แกก็เลยให้ขึ้นแทกซี่ไปหาเขาที่บริษัท ฝนเทลงมาห่าใหญ่ทำให้เขาห่วงใยเจ้าแมวมาก ไม่รู้จะเปียกฝนมากเท่าไหร่ ดีที่มันตกลงมาหลังจากที่เขาลงเครื่องมาแล้ว ไม่งั้นคงโดนเลื่อนไฟท์บินแน่ๆ





เมื่อมาถึงที่บริษัทเขารีบถามคนในบริษัททันที แต่เจ้าพวกที่ทำ OT ดึกๆกลับส่ายหน้าไม่รู้เรื่องราวอะไรทำให้เขาต้องหัวเสีย รปภ.ที่เข้ามาเช็คเวลากลับกะทำให้เขาถามเรื่องซึงแทคส่งๆไปงั้นแต่ได้รับคำตอบที่คาดไม่ถึงแทบทำให้เขาสบถจนอยากจะบ้าตาย





เขาเดินฝ่าฝนเพื่อตะโกนเรียกเจ้าแมวไปตลอดทั้งทางแม้จะมองแทบไม่เห็นอะไรเลย จนมาถึงลานกว้างๆที่ถูกทิ้งไว้รกร้างกลายเป็นโพรงพุ่มหญ้าขนาดใหญ่โดยที่ดูแปลกๆเหมือนมีอะไรหลนทับไว้ พอเดินเข้าไปดูกลายเป็นซึงแทคที่นอนไร้สติทำให้ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก ถึงแม้จะปากซีดเซียวไร้ชีวิตและร่างกายที่สั่นเทิ่มทำให้ชอนจูรีบพาไปโรงพยาบาลทันที






พอเช้าอีกวันเขาก็ทำเรื่องให้ไล่ไอ้รปภ.นั่นออก ข้อหาทำให้แมวน้อยเขาต้องไปตากฝนจนเป็นไข้นอนหลับไม่รู้ตัวมาสามวันแล้ว






“ไข้ลดลงเยอะแล้วนะคะ วันนี้ไม่ก็พรุ่งนี้คงฟื้นแล้วค่ะ”

“ขอบคุณครับ” เมื่อพยาบาลออกจากห้องไปเขาก็ละจากเอกสารที่กองเต็มโต๊ะมาหาเจ้าแมวน้อยที่นอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียงคนไข้ ปลายนิ้วเกลียผมที่ปรกหน้าก่อนจะอมยิ้มให้กับผู้ป่วยที่นอนไร้สติ ริมฝีปากทาบลงไปด้วยความรักก่อนจะถอนขึ้นมา “ตื่นไวๆนะเจ้าแมวน้อย”









เขารู้สึกหนักๆอกอย่างบอกไม่ถูก









คงจะเริ่มเช้าวันใหม่แล้วด้วยแสงที่แยงตาหลังจากผ่านม่านถูกเปิดออก ทำให้เขาต้องลืมตาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะหันไปตกใจกับผู้ป่วยซึ่งควรจะนอนอยู่บนเตียง ไม่ใช่มานั่งมองเขาตาแป๋วบนพื้นพร้อมด้วยมือทั้งสองข้างที่พาดหน้าอกของเขา “แมวน้อย!!!”




“หาย... หายแล้ว”

“ไม่เป็นไรแล้วนะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

“ไม่เจ็บ... ไม่เจ็บแล้ว”

“ปวดหัวหรือเปล่า เฮ้ย! อย่ากระโดดสิ เดี๋ยวสายน้ำเกลือก็หลุดหรอก”ซึงแทคกระโดดไปนั่งบนตักชอนจูอย่างคุ้นเคยก่อนนำหัวไถๆกับหน้าอกอย่างเคยชินด้วยความออดอ้อน ทำให้ท่านประธานหนุ่มเพียงแค่อมยิ้มและลูบหัวเจ้าแมวในอ้อมกอดและจุ๊บเข้าที่หน้าผากเพื่อเป็นการปลอบโยน “ไม่เป็นไรแล้วนะ”

“อื้อ... อยู่กับชอนจู... ไม่เป็นไร..”

“ทีหลังอย่าทำแบบนี้นะ เป็นห่วงมากนะรู้มั้ย”

“อื้อ... ไม่ทำ.. จะไม่ทำแล้ว”

“น่ารักมาก ไว้กลับบ้านกันนะ”

“กลับบ้าน... อื้อ กลับบ้านกัน”






-------------moew ---------------





“นายท่านครับ เรื่องประช-------“

“เอาไว้ก่อน”

“เอ๋ แต่วันนี้ประชุมกับคุณฮยอกอูกับคุณฮันเฮนะครับ เรื่องเป็นสปอนเซอร์ให้รายการ Show me the money ให้คุณฮยอกอูกับคุณฮันเฮนี่ครับ” เขาลืมไปสนิทเลย วันนี้มีประชุมกับไอ้ฮยอกอูกับฮันเฮเรื่องรายการค้นหาแร๊พเปอร์อะไรนั่น ซึ่งสองคนนี้มาขอให้เขาช่วยเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ให้หน่อย ซึ่งไม่มีปัญหา เขาอยากจะสนับสนุนเพื่อนอยู่แล้ว “มันรออยู่ที่ห้องยัง?”

“รอแล้วครับ”

“บอกมันอีกสิบนาที”

“ครับนายท่าน”





ชอนจูขยับเนคไทด์ให้เข้าที่ก่อนคว้าเสื้อสูทที่พาดบนเก้าอี้ใส่ให้ดูทะมัดทะแมง ก่อนจะส่งเสียงเมื่อมีเสียงเปิดประตูแม้ตัวเองก็ก้มหน้าติดกระดุมอยู่ “มีอะไรหรือเปล่า เข้ามาอีกทำไม”

“.... มากินข้าว... กินข้าวกันชอนจู”

“หื้ม? แมวน้อย?????” ชอนจูตกใจไม่น้อยเมื่อซึงแทคที่แต่งตัวน่ารักเอามากๆ ชุดเสื้อเอี้ยมพร้อมด้วยหูแมวที่เขาเคยซื้อให้เมื่อนานมาแล้วยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมด้วยการชูปิ่นโตข้าวลายริลัคคุมะสีน้ำตาลอ่อนทำให้เขาอมยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปกอดเจ้าตัวเล็กที่พุ่งเข้าหา “มายังไงเนี่ย”

“นั่งแท็กซี่มา.... เก่ง.. เก่งไหม?”

“เก่งมาก งั้นรอแปปหนึ่งนะ ไปประชุมก่อน”

“งื้อ... อยากกินข้าว... ข้าวร้อน... อร่อย..”ชอนจูยิ้มหวานก่อนจะฝังจมูกเข้าที่เส้นผมของเจ้าตัวเล็กที่ยังกอดตอบอยู่ พร้อมด้วยโทรไปหาเลขา







“เลื่อนประชุมไปอีกหนึ่งชั่วโมง บอกมันอยากได้ตังก็ต้องรอ”









END ?






“รายการดีเลยนี่หว่ามึง”

“คุ้มจะลงทุนใช่มั้ยละเฮีย ว่าไงซึงแทค มาดูด้วยหรอ?”

“อื้--- เอ่อ ครับ มาดู... ดูแร๊ปเปอร์”ฝ่ายฮันเฮกลับหัวเราะในน้อยๆในความน่ารักของซึงแทคที่อยู่ในอ้อมกอดชอนจู วันนี้ท่านประธานพาเจ้าแมวน้อยมาออกงานด้วยทำให้เหล่ามิตรสหายเก่ากลับมาพร้อมหน้าพร้อมกันอีกครั้งเพื่อมาดูเจ้าแมวของชอนจู “ เฮ้ยฮันเฮ จะถึงวันเกิดมึงแล้วนี่หว่า อยากได้อะไรวะ?”


“ขอเมียให้กูสักคนดิ่วะไอ้ดัพ ฮ่าๆๆๆๆๆ เออ อะไรก็เอามาเหอะวะ พรุ่งนี้กินเลี้ยงที่ผับกันพี่ ซึงแทคไปด้วยก็ได้นะ” ชอนจูพยักหน้าให้ฮันเฮก่อนที่แอนดัพจะเดินเข้ามากอดคอเพื่อนรักด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพูดขึ้นมาทำเอาชอนจูระเบิดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้










“งั้นเดี๋ยวกูซื้อแมวให้เป็นของขวัญวันเกิดมึงนะ อยู่เดียวเหงาๆก็เล่นกับแมวไปนะมึง”










END <3









ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น